[Cinema] BNK48 One Take | ไม่คาดหวัง แอบผิดหวัง



โดยส่วนตัว เคยคาดหวังเอาไว้ ว่าหนังสารคดีของ BNK48 อย่าง Girl Don't Cry จะเป็นการมองภาพที่กว้าง พูดถึงโลกความเป็นจริงสำหรับคนที่ไม่ใช่แฟน BNK48 ด้วย และ พูดถึงคนที่แกรดออกไป พูดถึงบริษัท .. หนังก็พาเราไปแตะๆ ตรงจุดนั้นจริงๆ แต่เป็นการไปแตะเพียงเล็กน้อย และไปโฟกัสกับเรื่องราวของเซมบัตสึเป็นหลัก

แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ประทับใจสไตล์การเล่าของหนังเอามากๆ อยู่ดี และสำหรับคนที่แค่ฟังเพลงของวง มีโฟโต้เซตนิดหน่อย และไม่เคยไปงานจับมืออย่างเรา เรื่องราวที่หนังเอามาเล่าก็เป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่ไม่น้อย ก็ถือว่า GDC โดยภาพรวม ถึงจะไม่พาเราไปในทางที่เราอยากไป แต่เราก็ชอบหนังเรื่องนั้นอยู่ดี


BNK48 One Take คือหนังที่นิยามตัวเอง ว่าเป็นหนังสารคดีเรื่องที่ 2 ของ BNK48 สำหรับเรา เมื่อเห็นชื่อผู้กำกับ (พี่โดนัท) เห็นชื่อค่าย และเห็นหนังของ iAM Film ในช่วงหลังๆ ที่ผ่านมา เราพบว่าสำหรับหนังเรื่องนี้แล้ว เราเลือกที่จะไม่คาดหวังอะไร

อย่าเพิ่งด่า 5555

โดยส่วนตัวแล้ว เราเคยดูงานของพี่โดนัทมาก่อน สมัยที่เพิ่งมีงานกำกับใหม่ๆ (ซึ่งนั่นก็ผ่านมานานมาก) ฉะนั้น เมื่อเห็นว่าครั้งนี้พี่โดนัทกำกับ เราจึงตื่นเต้นมากๆ ว่าเค้าจะเล่าเรื่องราวของวงออกมายังไง การไม่คาดหวังอะไรสำหรับเรา จึงเป็นการเปิดใจรับกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้กำกับและทีมงานในครั้งนี้อยากเล่า

โดยส่วนตัวแล้ว เรารู้ว่านี่มันคืองานของ iAM Film จากบทเรียนในครั้งที่แล้ว (ที่ตอนนั้นยังเป็น BNK48 Office / Salmon House / GDH) จะมีส่วนมากหรือน้อย (ครั้งนี้น่าจะมากกว่าครั้งก่อน) ตัวหนังเองก็คงไม่มีวันด่าบริษัทแน่ๆ ฉะนั้น ไอ้ประเด็นที่เคยอยากได้ก็คงต้องทำใจว่าไม่มีทาง การไม่คาดหวังน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด

ก็คิดถูกจริงๆ


เอาเป็นว่าไม่สปอยหนังก็แล้วกัน

แต่ประเด็นที่หนังเอามาเสิร์ฟ ในวินาทีแรก นาทีแรก สิบนาทีแรก ตรงกับประเด็นที่เราก็คิดเอาไว้แล้ว ว่ามันจะต้องมาทางนี้ (เราเลือกที่จะไม่ดูตัวอย่าง และ เพลง ก่อนดูหนัง) เราในวันนี้ที่ไม่อินกับวงเท่าเมื่อก่อน และมีอคติกับบริษัท ก็เลยดูหนังเรื่องนี้ด้วยความรู้สึก "เฉยๆ"

แต่ในความเฉยๆ นั้น มันก็เซอร์ไพรซ์เราได้ว่ะ

เซอร์ไพรซ์ตั้งแต่อินโทรเลยอ่ะ แล้วก็ต่อกันมาๆๆๆ เรื่อยๆ เหมือนผู้กำกับเอง ก็คงอยากได้ความหลากหลายในหนังเหมือนกัน พอหนังเริ่มเข้าสู่ช่วงกลางเรื่อง มันเลยกลายเป็นความสนุก ที่จะได้ลุ้น ว่าหนังแม่งจะเอาอะไรมาเล่นให้ดูอีก ตรงนี้ต้องชมการกำกับ และการตัดต่อเลย

องค์สามของหนัง เป็นอะไรที่สุดทางมากๆ สำหรับเรานะ คือถ้าเลือกจะมาเวย์นี้ มึงก็ต้องไปให้สุด และหนังก็ชัดเจนในตัวมันเองจริงๆ เพลงเอย ฟุตเทจเอย การลำดับเอย มันมาลงตัวเอาในองค์สามนี้เอง เหมือนเบียร์ที่แรกๆ ก็ไม่เข้าใจ แต่กินๆ ไปแล้วก็เติมเรื่อยๆ (เอ๊ะ)

ประเด็นบางอย่างที่เคยมีใน GDC เอาจริงๆ หนังไม่ต้องไปตอบก็ได้ เพราะมันไม่ใช่ภาคต่อกัน (คนละทีมงาน) แต่หนังก็ยังแอบตอบให้ ก็อาจจะเป็นความโชคดีที่ความคิดของเรา กับความคิดของคนทำมันตรงกัน

และสุดท้ายแล้ว เราชอบเพลงมากๆ

คืออย่างที่บอก ไม่ฟังเพลง ไม่ดูตัวอย่าง ไม่อะไรมาก่อนเลย หนังมา เปิดหนังดู แค่นั้น

เพลงที่มาตบตอนท้าย จึงเป็นอะไรที่งดงามมากๆ เพลงเพราะดี ลำดับภาพดี ภาพสวยดี จบดี

สรุป หนังดี?


ที่จริง หนังในองค์แรก กับองค์สอง ยังมีจังหวะที่ขาดๆ ล้นๆ อยู่ คือมันเป็นพาร์ทบางอย่างที่เรารู้สึกว่า ไม่มีก็ไม่ได้ทำให้หนังเสียหายอะไร และการมีอยู่ของมัน ก็ทำให้หนังดรอปกราฟอารมณ์ลงไปด้วย ถึงเราจะเข้าใจเหตุผลที่มันมีอยู่ แต่บอกตรงๆ ถ้านี่เป็นคนตัดต่อ จะตัดทิ้งแม่งให้หมด

สำหรับเรา การที่เราชมหนังเรื่องนี้ คือเราชอบในความชัดเจนของมัน คือมันชัดเจนดีว่าจะมาเล่าเรื่องนี้ ทั้งเรื่องมันจะไปทางนี้ แล้วมันก็ไปได้สุดทางเท่าที่คนสร้างจะพามันไปได้ ฉะนั้น ถามว่าหนังดีไหม ในแง่ความสนุก มันดี ในแง่ของคนที่อยากรู้ มันดี

ในแง่โปรดักชันเองก็ดี ภาพเอย เสียงเอย ยิ่งมาเห็นรายชื่อคนทำงานเบื้องหลัง ยิ่งไม่แปลกใจ ว่าทำไมหนังทำออกมาให้อยู่ในมาตรฐานได้แบบนี้

แต่โดยสรุปแล้ว สำหรับเรา มันเป็นยังไง?

ก็ต้องบอกว่า ถึงจะไม่คาดหวัง แต่ก็แอบผิดหวังอยู่ดี หนังยังคงพาเราไปแตะๆ บางสิ่งบางอย่าง แล้วก็ทิ้งมันไป เดจาวู อ่ะ! ฮ่าๆ ในขณะที่งานสร้างก็มีมาตรฐาน (อย่างน้อยก็ไม่อีหยังวะ แบบไทบ้านxBNK48) แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นลายเซนต์เด่นชัดเหมือนกัน คือ มันก็มีความเป็นตัวตนของ ผกก. และทีมงานอยู่ในงานนั่นแหละ แต่มันไม่ชัดขนาดนั้น ไม่ชัดเท่า GDC ไม่ชัดเท่ากับไทบ้าน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนังเรื่องอื่นๆ

พูดง่ายๆ คือ หนังพาเราไปแตะประเด็นที่เราอยากได้ แต่ไม่คาดหวังว่าจะเล่า แต่ไหนก็เล่าแล้ว ก็ปล่อยจางซะงั้น ในขณะที่ตัวหนังเองก็แตะเส้นมาตรฐาน แต่ไม่สร้างความประทับใจในฐานะที่มันเป็นหนังสารดี ดูจบก็จบ ยังไม่รู้เลยว่าจะดูซ้ำไหม

ไม่แน่ เราอาจจะชอบมันมากๆ ก็ได้ เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว

และหนังเรื่องนี้ อาจจะมีความหมายเป็นพิเศษสำหรับใครหลายๆ คนก็ได้
... เพียงแต่ไม่ใช่เรา

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น