Ryuichi Sakamoto: Coda งดงามอยู่ในใจ ถึงจะง่วงบ้างก็ไม่เป็นไร - Kaotamm Review


Ryuichi Sakamoto (ริวอิจิ ซากาโมโตะ) คือ นักประพันธ์เพลงชื่อดัง ที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน (อ่าว) ผลงานเด่นๆของแก คือซาวน์แทรกหนังเรื่อง "จักพรรดิโลกไม่ลืม"(The Last Emperor - 1987) และเพลงอย่าง Merry Christmas Mr Lawrence ซึ่งเพราะจับใจมาก

สำหรับผม เคยได้ยินงานของแกแค่จาก The Last Emperor แค่นั้น ทว่า ด้วยความที่นานๆที จะมีหนังสารคดีญี่ปุ่นเข้าฉาย + ตัวอย่างตัดมาค่อนข้างน่าสนใจ จึงเข้าไปดูหนังเรื่องนี้อย่างงงๆ

หนังไม่ใจร้ายเกินไปนัก เล่าประวัติ และผลงานเด่นๆของลุงแกพอสมควร (เป็นปู่ใครหลายๆคนได้เลย) พร้อมด้วยฟุตเทจเก่ามากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก นอกจากนี้ หนังยังมีงานภาพที่สวย และเป็นไปในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง (ไม่นับฟุตเทจเก่า) ดูจนจบแทบจะอยากกอดคนถ่าย และเกรดดิ้งสี สีสวย และถ่ายสวยจริงๆ

เส้นเรื่องของหนังเองก็น่าสนใจ ครึ่งหนึ่ง มันเล่าเกี่ยวกับตัวลุง ผลงาน ประวัติ และโรคมะเร็งของแก ในขณะที่อีกครึ่ง หรือเกือบครึ่ง หนังหยิบจับประเด็นที่แกให้ความสำคัญมาที่สุด ในช่วงปีหลังๆมานี้ นั่นคือ "สิ่งแวดล้อม"

แต่ที่กล่าวมาทั้งหมด ความดีความชอบ ที่เป็นที่สุดของหนังสารคดีเรื่องนี้อยู่ที่ "เสียง" ครับ

เสียงเพลงที่อยู่ในหนัง เป็นเพลงที่งดงาม สื่ออารมณ์ ทั้งเพราะๆ ทั้งขรึมๆ ทั้งเร้าอารมณ์ เพลงของแกเอง หรือเพลงที่แกชอบก็ตาม

นอกจากเสียงเพลงแล้ว ยังมีเสียงธรรมชาติต่างๆที่ลุงไปสรรหาอัดมาไว้ เสียงที่ผมและคนในโรงถึงกับยิ้มๆ ว่า "ทำไปได้" และ "เหยดเข้" ในเวลาเดียวกัน คือ "เสียงน้ำใต้น้ำแข็งขั้วโลก" ..... ใช้ครับ แกไปขั้วโลก แล้วอัดเสียงธารน้ำใต้น้ำแข็ง

ยอมแล้วลุง!

ชมมาซะเยอะ จุดที่เป็นข้อเสียของหนังเองก็มีอยู่
อย่างแรก คือมันเป็นหนังญี่ปุ่น สไตล์หนังญี่ปุ่น ถ้าไม่เวอร์ๆแบบแอนิเมะไปเลย มันก็.. ง่วงไปเลย ZzzzZzz สารภาพว่าแทบหลับบางช่วง มันเนิบ มันต่อนยอน มันช้าาาาาาาาาาาาาาาา จริงๆ ช้ากว่าหนังสารคดีทั่วๆไป ซึ่งมันก็นับว่าเป็นสไตล์ได้ เพียงแต่เรา หรือผมอาจจะหลับคาเก้าอี้โรงหนังได้เหมือนกัน(วินๆกันทั้งสองฝ่ายอ่ะนะ ...)

อย่างที่สอง คือประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ลุงแกกังวล หนังให้เวลาค่อนข้างเยอะ แต่กระโดดไปกระโดดมา เปิดเรื่องมาก็เล่า แล้วก็ทิ้งไปนาน จังหวะที่เล่าเอง ก็ไม่สามารถสร้างความน่าสนใจใดๆได้เลย ถึงหนังจะง่วง แต่เวลาได้ดูประวัติแก ฟังเพลงแก เราสนใจมัน มากกว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมเสียอีก (เฮ้ยยย ประเด็นนี้ มันควรจะน่าสนใจกว่าสิ! มึงยัดมาเกือบครึ่งเรื่องเลยนะ)

แต่ชอบตอนจบมาก เออ จบสมกับเป็นหนังสารคดี คนไม่เคยดูหนังแนวนี้เท่าไหร่ มีงงกันในโรง ฮ่าๆ

โดยรวม ผมชอบหนังเรื่องนี้ และขอชื่นชมว่ามันทำออกมาได้งดงามมาก ทั้งงานภาพ และเสียง ถึงจะง่วงอยู่บ้าง และตอนนี้หนังออกจากโรงแทบจะหมดแล้ว (เหลือใน กทม มั๊ง) ถ้ามีโอกาส อยากฟังเสียงธารน้ำขั้วโลก หรืออยากดูตอนจบแบบงงๆ ก็แนะนำให้ไปหามาดูกันครับ

จริงๆ แค่ได้ฟัง Merry Christmas Mr Lawrence ก็คุ้มแล้วครับ ยิ่งฟังในโรงยิ่งฟิน

8.5/10

แปะเพลง



โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น